วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

เรามีตั๋วเดินทางไปแล้ว...ไม่กลับ ที่ทุกคนมี คือ ความตาย

มีเพียงวันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้าและเมื่อวาน

เป็นสัจธรรมของชีวิตมนุษย์ ที่ต้องเวียนว่าย ตายเกิดในวงล้อแห่งกรรม ทุกคนเกิดมาจากแรงกรรมดีและกรรมไม่ดี ความตายคือตั๋วใบหนึ่ง ที่เราซื้อไว้โดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นอย่าประมาท..
พระพุทธองค์สอนให้เราอย่าประมาทในการใช้ชีวิต ในชั่วอายุของคนหนึ่งคนจะมีอายุขัยได้นานแค่ไหน 
เราไม่มีทางรู้วันตายของเราได้เลย รู้แต่เพียงแค่วันเกิดมาเท่านั้น ถ้าวันนี้เรายังหลงระเริงกับวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว แล้วใช้ชีวิตอย่างไร้ค้า ไร้ความหมาย กินเที่ยว เล่น สนุกไปวันๆ 
เคยคิดไหมว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตเรา ที่ผ่านมามีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำ มีอะไรที่เรายังต้องห่วงไหม พ่อแม่ ลูกเมีย พี่น้องเรา เพื่อนเรา มีอะไรที่ยังติดข้องหมองใจกันอยู่ไหม....แล้วเราพร้อมไหม ที่จะจากสิ่งที่รัก สิ่งที่ห่วง สิ่งที่เรายังยึดติดถือมั่น 
ขอบอกไว้เลยว่า ถ้าไม่รีบฝึกหัดรับมือกับความตายตอนนี้ พอถึงเวลานั้น เราจะไปแบบมีห่วงยึดติดกับสิ่งของนอกกาย ที่เราตายแต่เอาไปไม่ได้สักชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเมีย ลูก พี่น้อง พ่อแม่ เอาไปไม่ได้เลย ทรัพย์สมบัติที่หามาก็เอาไปไม่ได้เลย แต่มีเพียงสิ่งเดียวคือบุญและบาปเท่านั้นที่ติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ และจะเป็นตัวกำหนดภพภูมิในชาติหน้า ว่าเราจะได้เกิดมาเป็นอะไร 
ทำบุญ ทำความดี มากก็ได้เกิดในภพภูมิที่ดี แต่ถ้าทำบุญมาน้อย ก็ได้ไปเกิดในที่ลำบาก 
หมั่นทำดีในตอนที่มีเวลา ลดความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งของนอกกาย ทีละนิด วันละนิด เริ่มทำในวันนี้ เพราะว่า เมื่อวานก็ผ่านมาแล้ว ส่วนวันพรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ ไหม มีเพียงวันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้าและเมื่อวาน
**ถ้าเรายังมีอวิชชา หรือ ความหลงผิด หลงยึดมั่นถือมั่นในสังขารในร่างกายนี้ ว่าเป็นตัวเป็นตนของเรา ความตายก็จะมีปัญหา คือ จะทรมานจิตใจของเราอยู่ทุเวลาทุกนาที แต่ถ้าเลิกยึดมั่นถือมันในสิ่งต่างๆทั้งหมดรอบตัวนี้ทั้งหมดแล้ว ความตายก็จะเป็นแค่เรื่องธรรมดา ที่ไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะเราทุกคนต้องตาย.....

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

แม่ไก่กกไข่


แม่ไก่กกไข่
เวลาที่แม่ไก่กกไข่ แม่ไก่ก็แค่นั่งทับไข่ ให้ความอบอุ่นกับไข่ ไม่ต้องอธิษฐานขอพร พรุ่งนี้ให้ลูกไก่ออกมาจากจากไข่เสียที แม่ไก่แค่ทำหน้าที่กกไข่ให้ดีที่สุด คือสร้างความอบอุ่นให้ไข่มากที่สุด สร้างเหตุและปัจจัยให้มาก ปล่อยวางในผล ถ้าอุณภูมิพอเหมาะ ลูกเจี้ยบก็จะออกมาเอง มันเป็นไปตามเหตุและปัจจัย
ถ้าชีวิตเราเข้าใจความเป็นเหตุและผลของทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้และชีวิตจริงของเราแล้วว่าทุกอย่างต้องมีเหตุและปัจจัย สิ่งนั้นมีสิ่งนี้จึงเกิด สิ่งนั้นดับสิ่งนี้จึงดับ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันคือสัจธรรม ที่ทุกชีวิตต้องพบ
ถ้าต้องการชีวิตที่ดีในอนาคต ต้องทำเหตุและปัจจัยในวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่ต้องกังวลถึงผลที่จะเกิดขึ้น จำไว้ มันเป็นสัจธรรม
พระพุทธรูปที่เราเห็นท่านจะยิ้มเล็กน้อย นั้นแสดงให้เห็นว่า คนที่เข้าใจทุกอย่างแล้ว ไม่มีอะไรที่ทำให้ท่านต้องทุกข์ใจ ยิ้มรับทุกเรื่องสุขและทุกข์ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ตาม เพราะเข้าใจทุกสิ่งและทุกอย่างว่ามันเป็นไปตามเหตุและปัจจัย
'' สัพเพ ธัมมา นาลัง อพินิเวสายะ ''
''สิ่งใดๆทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น''