วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ธรรมะ ธรรมดาๆ ที่น่าปฏิบัติ มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ

ธรรมะ ธรรมดาๆ ที่น่าปฏิบัติ มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ
>>
>>      1.นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)
>>          อานิสงส์---เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
>>                            เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส
>> ปล่อยวางได้ง่าย
>>                            จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ
>>                             ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
>>                             ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
>>
>> เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
>>
>>      2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
>>          อานิสงส์ ---เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
>>                            ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
>>                             เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง
>> จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
>>                             แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา ,พระคาถาชินบัญชร ,
>>                                พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น
>>                              เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
>>
>>      3. ถวายยารักษาโรคให้วัด, ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
>>          อานิสงส์---ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว
>> โรคที่ไม่หายจะทุเลา
>>                           สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
>>                           ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
>>
>>      4.ทำบุญตักบาตรทุกเช้า
>>          อานิสงส์--- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ไม่ขาดแคลนอาหาร
>>                              ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน
>> ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
>>
>>      5.ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
>>          อานิสงส์ ---เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง
>> ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
>>                           สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น
>> เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
>>                           ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
>>
>>      6.สร้างพระถวายวัด
>>          อานิสงส์---ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
>>                            สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
>> แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
>>                            ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
>>
>>      7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย9วันขึ้นไป
>>          อานิสงส์--- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
>>
>> ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
>>                              สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป
>> ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
>>                              จิตเป็นกุศล
>>
>>      8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
>>          อานิสงส์ ---ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
>>                            ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก
>> เทพยดาปกปักรักษา
>>                           ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า
>> ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
>>
>>      9.ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
>>         อานิสงส์ ---ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
>>                            ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป
>> ให้ทำมาค้าขึ้น
>>                           หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด
>> ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
>>                           เป็นอิสระ
>>
>>      10.ให้ทุนการศึกษา, บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ, 
>> อาสาสอนหนังสือ
>>          อานิสงส์---ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
>>                           ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้
>> สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
>>
>>      11.ให้เงินขอทาน ,ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
>>         อานิสงส์--- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
>>                            เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน
>> ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
>>                            จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
>>
>>      12. รักษาศีล5หรือศีล 8
>>         อานิสงส์ ---ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
>>                           ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์
>> ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
>>                            กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย
>> เทวดานางฟ้าปกปักรักษา

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

เทียนไขแห่งชีวิต เราเกิดมาทำไม?


เทียนไขแห่งชีวิต เราเกิดมาทำไม?
         ทุกๆวันผ่านไป เราใช้ชีวิตกันแบบไหน ตื่นนอน กิน เรียน ไปทำงาน เที่ยว เสพกาม วนเวียนเช่นนี้ทุกๆวัน ตั้งแต่เกิดจนตาย หมดไปอีกชาติหนึ่ง แล้วก็วนเวียนเช่นนี้มาหลายภพชาติ เราไม่เบื่อบ้างหรือ เพราะเกิดมา ก็ต้องเจอกับทุกข์และสุข ปนเปกันไปทั้งชีวิต ซ้ำซากกับสังสารวัฏของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
        ชีวิตเราที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือน แท่งเทียนไขที่ถูกจุดขึ้น ทันทีที่เราเกิด เมื่อแรกเกิดก็คือทารก เหมือนแท่งเทียนที่ไม่มีการตกแต่งลวดลายใดๆ
ความยาวของแท่งเทียน ก็เปรียบเหมือน อายุของเรา ถ้าแท่งยาวก็อายุยืน ถ้าแท่งสั้นก็อายุสั้น แตกต่างกันไปตามกรรมของแต่ละคน แต่ทั้งสองมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ต้องถูกจุดด้วยไฟให้สว่าง นั้นหมายถึง ความยาวของแท่งเทียนจะค่อยๆละลายลดลงทุกวันๆ จนหมด เปรียบเหมือนทุกๆวันชีวิตของเราก็ลดลงทุกๆวันเช่นกัน ที่เราโตขึ้น ครบวันเกิดครั้งนึง ไม่ได้หมายถึงว่าอายุเราจะยืนยาวขึ้น แต่มันเป็นการนับถอยหลังเข้าสู่วันสุดท้ายของชีวิตที่ทุกชีวิตต้องเจอ
        แท่งเทียนที่ตกแต่งลวดลายให้สวยงาม ที่เอาร่างกาย เวลา ความคิด ไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินเพื่อมาประดับแท่งเทียน เหมือนทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ ที่หามาทั้งชีวิตเพื่อเอามาอวด และแข่งกันว่า ใครมีมากกว่า ใครสวยงามกว่า สิ่งเป็นเพียงสิ่งสมมุติ แล้วทำไมต้องเอาสิ่งที่มีค่ากว่าไปแลกมาด้วย มันคือหนทางแห่งความประมาทซึ่งอาจจะลืมกันไปแล้วว่า เทียนไขที่ถูกจุดขึ้นแล้ว รอวันดับลงแน่นอน อยู่ที่ใครจะดับก่อนดับช้า สุดท้ายก็ต้องดับทุกคน
       สุดท้ายเราก็ต้องคืนทุกสิ่งที่เราหามาให้กับโลกนี้อยู่ดี ทุกสิ่งไม่มียกเว้นรวมทั้งร่างกายของเรา เราแค่ยืมมาใช้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่จีรัง ไม่แท้ ไม่เป็นไปตามใจเรา ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง
พระพุทธองค์ทรงสอนไม่ให้ประมาท เพราะเราไม่มีทางรู้วันดับของเทียนแห่งชีวิต การใช้ชีวิตในร่างกายมนุษย์ไม่ได้ให้เกิดมาหาทรัพย์สิน ชื่อเสียง เสพกามหรือใช้ชีวิตไร้ค่าไปวันๆเท่านั้น แต่ควรให้หาทางทำความดี เสียสละเพื่อส่วนรวม ศึกษาธรรมไว้บ้าง เพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของมนุษย์นี้ว่า
''เราเกิดมาเพื่อ ทำสิ่งหนึ่งที่ทำแล้วไม่ให้เราได้กลับมาเกิดอีกคือ นิพพาน ''
''เราเกิดมาเพื่อหยุดการจุดเทียนไขเล่มต่อไปไม่ให้ถูกจุดได้อีก ให้เทียนไขเล่มนี้ได้ดับไปตลอดกาล''
เพราะในเมื่อทุกสิ่งๆที่เราหามาทั้งชีวิตจะต้องเสียไปอยู่ดี แล้วทำไมจึงต้องเอาเวลาส่วนใหญ่ทั้งชีวิต ไปแลกมาเพื่อเก็บไว้แล้วรอวันที่ให้มันจากไปเท่านั้นหรือ?มันคุ้มกันแล้วหรือ?
คำตอบอยู่ที่ใจเรา ที่ตัวเรา ทุกคน