วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

เทียนไขแห่งชีวิต เราเกิดมาทำไม?


เทียนไขแห่งชีวิต เราเกิดมาทำไม?
         ทุกๆวันผ่านไป เราใช้ชีวิตกันแบบไหน ตื่นนอน กิน เรียน ไปทำงาน เที่ยว เสพกาม วนเวียนเช่นนี้ทุกๆวัน ตั้งแต่เกิดจนตาย หมดไปอีกชาติหนึ่ง แล้วก็วนเวียนเช่นนี้มาหลายภพชาติ เราไม่เบื่อบ้างหรือ เพราะเกิดมา ก็ต้องเจอกับทุกข์และสุข ปนเปกันไปทั้งชีวิต ซ้ำซากกับสังสารวัฏของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
        ชีวิตเราที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือน แท่งเทียนไขที่ถูกจุดขึ้น ทันทีที่เราเกิด เมื่อแรกเกิดก็คือทารก เหมือนแท่งเทียนที่ไม่มีการตกแต่งลวดลายใดๆ
ความยาวของแท่งเทียน ก็เปรียบเหมือน อายุของเรา ถ้าแท่งยาวก็อายุยืน ถ้าแท่งสั้นก็อายุสั้น แตกต่างกันไปตามกรรมของแต่ละคน แต่ทั้งสองมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ต้องถูกจุดด้วยไฟให้สว่าง นั้นหมายถึง ความยาวของแท่งเทียนจะค่อยๆละลายลดลงทุกวันๆ จนหมด เปรียบเหมือนทุกๆวันชีวิตของเราก็ลดลงทุกๆวันเช่นกัน ที่เราโตขึ้น ครบวันเกิดครั้งนึง ไม่ได้หมายถึงว่าอายุเราจะยืนยาวขึ้น แต่มันเป็นการนับถอยหลังเข้าสู่วันสุดท้ายของชีวิตที่ทุกชีวิตต้องเจอ
        แท่งเทียนที่ตกแต่งลวดลายให้สวยงาม ที่เอาร่างกาย เวลา ความคิด ไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินเพื่อมาประดับแท่งเทียน เหมือนทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ ที่หามาทั้งชีวิตเพื่อเอามาอวด และแข่งกันว่า ใครมีมากกว่า ใครสวยงามกว่า สิ่งเป็นเพียงสิ่งสมมุติ แล้วทำไมต้องเอาสิ่งที่มีค่ากว่าไปแลกมาด้วย มันคือหนทางแห่งความประมาทซึ่งอาจจะลืมกันไปแล้วว่า เทียนไขที่ถูกจุดขึ้นแล้ว รอวันดับลงแน่นอน อยู่ที่ใครจะดับก่อนดับช้า สุดท้ายก็ต้องดับทุกคน
       สุดท้ายเราก็ต้องคืนทุกสิ่งที่เราหามาให้กับโลกนี้อยู่ดี ทุกสิ่งไม่มียกเว้นรวมทั้งร่างกายของเรา เราแค่ยืมมาใช้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่จีรัง ไม่แท้ ไม่เป็นไปตามใจเรา ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง
พระพุทธองค์ทรงสอนไม่ให้ประมาท เพราะเราไม่มีทางรู้วันดับของเทียนแห่งชีวิต การใช้ชีวิตในร่างกายมนุษย์ไม่ได้ให้เกิดมาหาทรัพย์สิน ชื่อเสียง เสพกามหรือใช้ชีวิตไร้ค่าไปวันๆเท่านั้น แต่ควรให้หาทางทำความดี เสียสละเพื่อส่วนรวม ศึกษาธรรมไว้บ้าง เพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของมนุษย์นี้ว่า
''เราเกิดมาเพื่อ ทำสิ่งหนึ่งที่ทำแล้วไม่ให้เราได้กลับมาเกิดอีกคือ นิพพาน ''
''เราเกิดมาเพื่อหยุดการจุดเทียนไขเล่มต่อไปไม่ให้ถูกจุดได้อีก ให้เทียนไขเล่มนี้ได้ดับไปตลอดกาล''
เพราะในเมื่อทุกสิ่งๆที่เราหามาทั้งชีวิตจะต้องเสียไปอยู่ดี แล้วทำไมจึงต้องเอาเวลาส่วนใหญ่ทั้งชีวิต ไปแลกมาเพื่อเก็บไว้แล้วรอวันที่ให้มันจากไปเท่านั้นหรือ?มันคุ้มกันแล้วหรือ?
คำตอบอยู่ที่ใจเรา ที่ตัวเรา ทุกคน


วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

หนึ่ง บวก หนึ่ง เท่ากับ หนึ่ง


เด็กชายคนหนึ่งเพิ่งเข้าชั้น ป.1 เด็กคนนี้มีนิสัยร่างเริง สนุกสนาน รักการเรียนรู้ แต่หลังจากได้เรียนไปได้ 6 เดือน ทางโรงเรียนได้มีหนังสือเชิญผู้ปกครองเข้าไปพบเพื่อให้ทราบถึงเรื่องของเด็กชายคนนี้กำลังมีปัญหาในการเรียนหนังสือ
คุณแม่ของเด็กชายได้เข้ามาพบกับคุณครูที่สอนหนังสือ ซึ่งทางครูได้แจ้งว่า ทางโรงเรียนคงไม่ให้เด็กคนนี้เรียนต่อที่นี่ได้เพราะมีปัญหาทางสมอง พร้อมกับเรียกเด็กชายเข้ามาเพื่อพิสูจน์ให้คุณแม่ของเด็กรู้ว่าเป็นจริงเหมือนกับที่บอกไว้หรือเปล่า
ทางคุณครูจึงถามเด็กชายต่อหน้าคุณแม่ว่า ''1+1 เท่ากับเท่าไหร่ '' เด็กน้อยตอบทันทีเลยว่า '' เท่ากับ 1 ครับ ''
''เห็นมั้ยว่า โจทย์เลขง่ายๆ แค่นี้ ยังตอบผิดเลย ลูกชายของคุณบกพร่องทางด้านสมองจริงๆ''
คุณแม่ของเด็กชายก็ไม่ต่อว่าหรือซักถามใดๆ ได้แต่เก็บความสงสัยในตัวลูกชาย ครุ่นคิดอยู่ในใจแค่นั้น
เย็นวันนั้น หลังจากกลับบ้านและทานอาหารและอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ได้มีโอกาศาถามลุกชายตนเองว่า ''ทำไมที่คุณครูถามลูกว่า 1+1 เท่ากับเท่าไหร่ ทำไมลูกจึงตอบว่า 1 ละจ้ะ''
'' ทำไมจะไม่ได้ 1 ล่ะครับแม่ ก็ผมมีกองทรายอยู่ข้างซ้าย 1กอง และมีอีก1กองข้างขวา เอามารวมกัน ไม่เท่ากับ 1 กอง หรือครับแม่ ''
เมื่อได้คำตอบนี้ คุณแม่จึงหายสงสัยในตัวลูกชายว่า เขาไม่ได้บกพร่องทางการคิดหรือเรียนรู้เลย ต่อมาเด็กคนนี้ได้เติบโตขึ้น และได้สร้างนวัตกรรมที่ทำให้โลกนี้ สว่างได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งกลางคืน
****บางสิ่งที่เราได้เคยเรียนรู้มา ได้ถูกสอนมา ให้ถูกเชื่อว่ามันต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น แต่สำหรับบางสิ่ง คำตอบอาจจะไม่ใช่เสมอไป อยู่ที่วิธีการคิดของเราเท่านั้น *****
''จิตเตนะ นิยะติ โลโก'' โลกหมุนไปได้ เพราะความคิด
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วน จากหนังสือ ''ลาออกซะถ้าอยากรวย2''



บุญ ที่ถูกต้อง คืออย่าหลงบุญ


บุญ ที่ถูกต้อง คืออย่าหลงบุญ 
ชาวพุทธเราส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องของ ...บุญ ... 
...คิดว่าการทำบุญ ก็คือ 
การตักบาตรการถวายทรัพย์ปัจจัยการถวายสังฆทาน ฯลฯ 
เพียงเท่านี้ เป็นต้น ยิ่งบางพุทธพาณิชย์ เน้นสอนให้บริจาคทรัพย์ 
หรือร่วมสร้างความยิ่งใหญ่อลังการเข้าวัดจนเกินตัว 
มียอดบริจาคมากเท่าไหร่ถือว่ายิ่งได้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ รวยล้นฟ้าไม่รู้เรื่อง ... 
แท้จริงแล้ว ...บุญ ...หรือ ...ปุญญ ... แปลว่า ...ชำระ ... 
หมายถึง การทำให้หมดจดจากมลทิน เครื่องเศร้าหมอง 
อันได้แก่ โลภะ โทสะ และ โมหะ
 
ตามพระไตรปิฎก เราสามารถสร้าง ...บุญ ...ได้ ๓ อย่าง คือ ทาน ศีล ภาวนา ๑. ทาน คือ การให้ เช่นที่กล่าวมาแล้ว 
คือ การตักบาตร บริจาคทรัพย์ ถวายสังฆทาน เป็นต้น 
ถือเป็น จาคะ หรือ การให้นับเป็น บุญอย่างหนึ่ง 
แต่มีการให้บางประการที่ไม่นับเป็นบุญ 
เช่น สุรา มหรสพ ให้สิ่งเพื่อกามคุณ เป็นต้น 
๒. ศีล คือ ความประพฤติที่ไม่ละเมิด 
หรือรักษาความสำรวมทางกาย วาจา 
การรักษาศีลสำหรับฆราวาส ได้แก่ ศีล ๕ และอุโบสถศีล (มี ๘ ข้อ) 
๓. ภาวนา คือ การอบรมจิตทางสมถะและทางวิปัสสนา 
การนั่งสมาธิ เรียกว่า สมถะภาวนา 
ส่วนการนั่งวิปัสสนา (สติรู้ถึงรูป ...นาม) เรียกว่า วิปัสสนาภาวนา 
...บุญ ... ยังมีอีก ๗ อย่าง ตามอรรถกถา 
หรือข้อปลีกย่อยนอกเหนือจากพระไตรปิฎก นับถัดไปเป็นลำดับที่ ๔ ดังนี้
 ๔. อปจายนะ ความเป็นผู้นอบน้อม ต่อผู้ที่ควรนอบน้อม ๕. เวยยาวัจจะ ความขวนขวายในกิจ หรืองานที่ควรกระทำ ๖. ปัตติทาน การให้บุญที่ตนถึงแล้วแก่คนอื่น 
เช่น การอุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ 
๗. ปัตตานุโมทนา คือ การยินดีในบุญที่ผู้อื่นถึงพร้อมแล้ว 
เช่น เห็นผู้อื่นทำบุญตักบาตร เมื่อเราพลอยปลื้มปิติยินดี 
กล่าวอนุโมทนา เพียงเท่านี้ ก็ได้บุญแล้ว 
๘. ธัมมัสสวนะ หรือการฟังธรรม 
ไม่ว่าจะฟังธรรมโดยตรง หรือจากสื่อวิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ 
]๙. ธัมมเทศนา หรือการแสดงธรรมเมื่อได้ศึกษาธรรมะ 
แล้วถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่น นับเป็นบุญประการหนึ่งด้วย 
๑๐. ทิฏฐุชุกรรม คือ การกระทำความเห็นให้ตรง หรือ สัมมาทิฏฐิ นั่นเอง 
บุญทั้ง ๑๐ ประการนี้ บางที่เรียกกันว่า ...บุญกิริยาวัตถุ ... 
จะเห็นว่าบุญทำได้ถึง ๑๐ อย่าง 
มีเพียงข้อแรกเท่านั้นที่ต้องใช้ทรัพย์ อีก ๙ ข้อล้วนไม่ต้องใช้ทรัพย์
 

***รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ยื่นภาษี ปิดงบประจำปี จดตั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วน
    ประสบการณ์15ปี ''งานเร็ว ได้ไว ถูกต้อง ยินดีให้บริการทั่วประเทศ''
***รับสร้างและออกแบบ เขียนแบบ 2D,3D ชิ้นส่วนเครื่องจักร อุปกรณ์ project แม่พิมพ์ และงานออกแบบตามความต้องการของลูกค้า
สนใจ ทักเลย line id = Gornsan
โทร 083-0240892 กร

ดูผลงานได้ที่นี่ https://www.facebook.com/pages/Visibleinnovetion/1539965699622377


คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว



คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว 

 มีร้านค้าแห่งหนึ่ง ติดประกาศขายลูกสุนัข 7 ตัว
เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็กๆ แวะเวียนเข้ามาเล่น มาชมลูกสุนัขทุกวัน 
แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อ 
เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพง

วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่นๆ ให้แก่ลูกค้าในร้าน
เด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่ง ก็มากระตุกชายเสื้อเขา
เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่

เพื่อนของผมบอกว่า ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขาย 
ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัว
พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว 
ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ? 
เด็กบอกอย่างสุภาพ

อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ
เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดี
แล้วผิวปากเรียกสุนัขทั้งเจ็ดออกมา
เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมา ทีละตัว
เขานับ...แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้น
ไหนว่ามีเจ็ดตัว มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ? 
เด็กชายถาม

เจ้าของร้านตอบว่า 
อ๋อ เปล่าหรอกหนู ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัว
เพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดี 
มันก็เลยต้องคลานออกมา วิ่งมาพร้อมกับพี่ๆ ของมันไม่ได้

สิ้นคำเจ้าของร้าน 
ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมา
ขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียว 
มันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน

ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชายแล้วครางงี้ดๆ
เห็นได้ชัดว่า มันพยายามคลานมาหาเขา
หางของมันกระดิกดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ตลอดเวลา
มันคลานเข้าไปเลียรองเท้าของเด็กชาย 
ท่าทางจะชอบเขามาก

เด็กชายหัวเราะแล้วอุ้มมันขึ้นมา ก่อนจะถามเจ้าของร้านว่า หมาตัวนี้ราคาเท่าไรครับ?
ปกติ อาบอกขายอยู่ตัวละสองพันบาทนะ
เจ้าของร้านตอบ

เด็กชายนิ่งอึ้งไป ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมานับ
เขามีเงินอยู่เพียงสี่ร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น

ผมมีเงินไม่พอซื้อหมาตัวนี้
เด็กชายพึมพำอย่างเศร้าใจ

เจ้าของร้านรีบบอกทันทีว่า
โอ๊ะ! หนู ถ้าหนูอยากได้หมาตัวนี้ไปก็เอาไปเถอะ 
ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก อายกให้หนูฟรีๆ ไปเลย

เด็กชายฟังเจ้าของร้านแล้วชะงักไป 
ก่อนจะถามกลับไปอย่างไม่พอใจว่า
ทำไมครับ 
ทำไมถึงบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินถ้าจะซื้อหมาตัวนี้?

ก็อย่างที่หนูเห็นอย่างไรล่ะ 
ลูกหมาตัวนี้มันติดมาพร้อมๆ พี่ๆ น้องๆ ของมัน
และอาก็ไม่คิดว่าจะขายมันอยู่แล้ว 
เพราะมันพิการ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้
ความจริง อาไม่อยากให้หนูได้ของมีตำหนิอย่างนี้ไปนะ 
ลองดูตัวอื่นดีไหม?

เด็กชายเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่า
คุณอาดูอะไรนี่สิครับ
ว่าแล้วเขาก็ดึงขากางเกงทั้งสองข้างขึ้น
เจ้าของร้านจึงได้เห็นว่า
ขาของเด็กชายคนนี้ เล็กลีบ เช่นเดียวกับขาหลังของลูกสุนัข
แต่ที่ทำให้เขายืนอยู่ได้ ก็เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงเอาไว้

คุณอาครับ ขาของผมก็ลีบใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกัน
ผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ 
วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้
อย่างนี้ผมก็เป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่าครับ?

เจ้าของร้านนิ่งอึ้งไป 
ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา

เด็กชายปล่อยขากางเกงลงแล้วพูดต่อว่า
ผมจะซื้อสุนัขตัวนี้ ในราคาสองพันบาท เท่ากับลูกหมาตัวอื่นๆ
แต่ว่าผมมีเงินไม่พอ 
ถ้าผมจะอ้อนวอนคุณอา 
ขอผ่อนราคาของลูกหมาตัวนี้
เดือนละหนึ่งร้อยบาททุกเดือน จนครบสองพันบาท 
คุณอาจะว่าอย่างไรครับ?

เจ้าของร้านน้ำตาไหลริน 
ทรุดตัวลงตรงหน้าของเด้กชาย แล้วพูดว่า
''ได้สิ เจ้าหนู ฉันจะขายลูกหมาตัวนี้ให้ในราคา 2000 บาท ฉันเชื่อว่า ลูกหมาตัวนี้จะมี
ความสุข เพราะได้เจ้านายที่มีเมตตา ฉันหวังว่าเธอจะดูแลเจ้าลูกหมาตัวนี้ให้ดีได้ เพราะฉันเชื่อและเห็นจิตใจที่ดีงามในตัวเธอ''

ถึงแม้เด้กชายคนนี้ จะมีความพิการ แต่ใจไม่พิการ เห็นคุณค่าของทุกชีวิต นั้นเท่าเทียมกัน เค้าเห็นในสิ่งที่มี ไม่เอาสิ่งที่เค้าไม่มีเก็บไปคิดน้อยใจ ให้รู้สึกท้อแท้ เค้าให้โอกาศกับทุกชีวิต ได้มีความสุขเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งแยกจากความแตกต่างของร่างกายไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือมนุษย์ด้วยกัน
คติสอนใจ ''อย่าได้ดูและตัดสินแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก''
ให้มองทะลุกำแพงของความแตกต่างของภายนอกให้ได้ แล้วจะพบกับสิ่งที่มีค่าที่สุดที่อยู่ในใจเรา.....ทุกคน

***รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ยื่นภาษี ปิดงบประจำปี จดตั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วน
    ประสบการณ์15ปี ''งานเร็ว ได้ไว ถูกต้อง ยินดีให้บริการทั่วประเทศ''
***รับสร้างและออกแบบ เขียนแบบ 2D,3D ชิ้นส่วนเครื่องจักร อุปกรณ์ project แม่พิมพ์ และงานออกแบบตามความต้องการของลูกค้า
สนใจ ทักเลย line id = Gornsan
โทร 083-0240892 กร

ดูผลงานได้ที่นี่ http://on.fb.me/1P9cI95

ทุกข์ที่สุด จะหลุดได้อย่างไร


ทุกข์ที่สุด จะหลุดได้อย่างไร
อย่ากลัวว่าความทุกข์นั้น จะมีตลอดไป... อย่าคิดว่าไม่มีทางแก้ไข... หนทางที่เร็วที่สุดคือ เปลี่ยนอารมณ์... ท่านใดมีทุกข์ ขอให้มันผ่านไปโดยไวครับ.....
เมื่อเราเกิดมาย่อมได้รับ ทั้งสุขและทุกข์ ปะปนกันไปอยู่แล้ว แต่เมื่อทุกข์ที่สุดเราควรจะทำอย่างไร ปัจจุบันเราได้ยินข่าวเรื่อง การฆ่าตัวตายบ่อยมาก ในชีวิตของความเป็นหมอ ก็เจอคนที่ฆ่าตัวตายบ่อยมาก ทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ หมอได้พูดได้คุยกับคนเหล่านี้มากมาย คำถามที่น่ารู้ก็คือ...
การฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ควรกระทำหรือไม่ และเราควรจะทำอย่างไรดี
บทความนี้จะไม่สนใจว่าการกระทำอย่างนั้นจะมีผลในอนาคตอย่างไร ทำลายตนเองจะบาปมากแค่ไหน ต้องเกิดมาฆ่าตัวตายใช้กรรมอีก 500ชาติจริงหรือ เพราะถ้าบอกไป ต้องใช้ความเชื่อและศรัทธาในตัวศาสนามาพูดคุยกัน แต่ต้องการจะบอกว่า การทำลายตนเอง เป็นสิ่งที่น่าเสียดายนัก เสียดายโอกาสที่จะได้รับสิ่งที่ดีอีกมากที่จะตามมา และเสียดายแทนญาติมิตรที่เกี่ยวข้องที่จะต้องได้รับผลกระทบกายและใจตลอดไป
ในเรื่องความทุกข์ที่สุดนี้ ธรรมะในพระพุทธศาสนาสอนให้เราแก้เรื่องนี้ได้ทันที ด้วยความเข้าใจ ด้วยความรู้ที่เราไตร่ตรองเองได้ และด้วยประสบการณ์ในอดีตของเราทุกคน ในกาลามสูตรพระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้เชื่อด้วยเหตุ 10 อย่าง เช่นด้วยเหตุผลว่าผู้สอนเป็นครูของเรา และอื่นๆ รวมสิบประการ แต่จะให้เชื่อก็ต่อเมื่อไตร่ตรองรู้ได้ด้วยตนเองจึงเชื่อ การจะไตร่ตรองให้รู้ได้ด้วยตนเอง จะมีได้ก็ต่อเมื่อเรามีประสบการณ์ในเรื่องนั้นมาแล้ว ดังนั้นประสบการณ์ในอดีตจึงเป็นธรรมะที่เราตรึกตรองได้เช่นกัน
เมื่อความทุกข์ที่สุดมาถึง สิ่งที่ควรระลึกถึงมีสองสามอย่างคือ หนึ่ง อย่ากลัวว่าความทุกข์นั้นจะมีตลอดไป เพราะมันจะไม่คงอยู่ตลอดไป เดี๋ยวมันก็จางไป สอง อย่าคิดว่าไม่มีทางแก้ไขให้ดีขึ้นได้ เพราะจะมีทางแก้ไขเสมอ เพียงแต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเท่านั้น สาม อย่านึกว่าต่อไปนี้เราจะไม่ได้รับสิ่งดีๆ อีก เพราะเมื่อทุกข์ผ่านไป เราจะยังมีความสุข สนุกสนาน ได้อย่างเดิมแน่นอน และสุดท้ายคือ ให้นึกถึงคนข้างหลัง ที่เขาจะต้องเศร้า ได้รับการกระทบกระเทือน จากการกระทำด้วยอารมณ์ของเรา เมื่อทุกข์ที่สุดมาถึงสิ่งที่เราต้องทำทันที ในขณะที่ยังตั้งตัวปรับใจไม่ทันก็คือ รีบหาทางเปลี่ยนอารมณ์ เมื่อเราไปเจอคนอื่นทุกข์สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือช่วยเปลี่ยนอารมณ์เขาก่อน จากนั้นสติจึงจะตามมา
ความทุกข์ที่มากสุดจะแก้ได้เร็วและง่ายที่สุด ด้วยการเปลี่ยนอารมณ์ ดึงอารมณ์ออกจากสถานการณ์นั้นก่อน อาจง่ายๆ เพียงแค่ทำอะไรที่ชอบ ฟังเพลง ดูหนัง หาของอร่อยกิน ชวนเพื่อนไปเที่ยว ชวนคุยเรื่องอื่น ลืมเรื่องทุกข์ไปชั่วคราวก่อน บางทีก็เบาบางได้เอง ที่สำคัญถ้ามีเพื่อนดี จะเบาบางไปได้มากที่สุด ที่ไม่ควรทำคือดื่มสุรา หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ควรหันไปดื่มเหล้าเบียร์ เพราะการกินเหล้าก็ดับทุกข์ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่จะมีข้อเสียกว่าคือ จะยิ่งโกรธง่าย น้อยใจง่ายและโมโหง่ายกว่าเดิม และไม่มีสติยับยั้งความโกรธ หรืออารมณ์ที่รุนแรงเหล่านั้น เมื่อเปลี่ยนอารมณ์ได้ ใจจะเข็มแข็งมากพอที่จะแก้ในขั้นต่อไป
ขั้นต่อไปคือพยายามตั้งใจใช้สติคิดว่าจะแก้ได้อย่างไร อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล สายไปแค่ไหนแล้วและแก้ได้หรือไม่ ทำให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ถ้าแก้ไม่ได้ ขั้นสุดท้ายคือ ทำให้ใจของเรายอมรับสิ่งนั้นให้ ได้ ใจของเราจะยอมรับได้ คิดได้ ปลงตกได้ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ
ท่านพุทธทาสภิกขุ สอนว่า โดยสรุปรวมในธรรมะของพระพุทธเจ้า อาจสรุปเป็นแบบหนึ่งได้ว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น นั่นเป็นเพราะในความเป็นจริง สิ่งทั้งหลายย่อมไม่ได้ดั่งใจเรา มีความไม่เที่ยง แปรเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลาด้วยเหตุและปัจจัย จึงไม่สมควรที่จะไปหลงยึดมั่นหมายว่าเป็นเรา เป็นตัวเรา หรือเป็นของของเรา สิ่งทั้งหลายไม่ได้ดั่งใจทั้งนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นใคร รวยเพียงใด อำนาจล้นฟ้าขนาดไหน ต่างก็มีความทุกข์ประจำตัวประจำอยู่ทุกคนทั้งสิ้น
เมื่อคนคนหนึ่งประสพอุบัติเหตุขาขาดสองข้าง เขาจะรู้สึกอยากตายไม่อยากอยู่ จะรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว แต่ผ่านไปสักสองปี ไปดูอีกทีกำลังหัวเราะอยู่เพราะดูละคร ส่วนเรื่องขาขาดก็นั่งรถเข็นเอา และก็ชินเสียแล้ว ไม่เสียใจมากเหมือนตอนขาขาดใหม่ๆ บางคนแฟนตายไปเสียใจแทบตายตาม ผ่านไป ปี มีแฟนใหม่แล้ว มีความสุขดีมากเลย ความทุกข์จึงเป็นของไม่เที่ยงเสมอ เช่นเดียวกับความสุข เพียงแต่ว่าตอนทุกข์ ให้ผ่านวันเวลาไปได้ ไม่ด่วนตายไปเสียก่อน เมื่อทุกข์ผ่านไป จะมีสิ่งดีๆ ตามมาได้แน่นอน
และเมื่อมองย้อนไป ความทุกข์เหล่านั้นมันก็เท่านั้นเอง เมื่อเราอ่านมาถึงตอนนี้ ก็ขอให้ลองใช้เวลานี้ นึกถึงอดีตที่มีทั้งทุกข์และสุขของเราดู อดีตนั่นแหละที่จะสอนตัวเราในความจริงแห่งธรรมะ ในกาลามสูตรพระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้เชื่ออะไรง่ายๆ แต่สอนว่าเมื่อเราพิจารณาได้เอง ว่านี้เป็นสิ่งดีหรือไม่ดีแก่จิตใจจึงค่อยเชื่อ การจะพิจารณาได้อย่างนั้น จะต้องมีประสบการณ์ในความรู้สึก แบบนั้นในอดีตมาก่อน อดีตจึงเป็นธรรมะที่สอนใจได้เป็นอย่างดี
ทุกข์ที่สุดจะเกิดจาก ความยึดมั่นถือมั่นที่สุด สิ่งใดที่เรารักมากยึดมากว่าเป็นตัวเราหรือของเรา สิ่งนั้นถ้าขาดหายไปจะทำให้ทุกข์ถึงที่สุด ถ้าเรารักความสวยงาม เมื่อเสียโฉมจะทุกข์ที่สุด ถ้าเรารักสามีหรือภรรยา เมื่อเขานอกใจ หรือเสียเขาไปจะทุกข์ที่สุด ถ้ารักลูก ลูกหายหรือพิการหรือตายจะทุกข์ที่สุด ถ้ารักยศถาบรรดาศักดิ์เมื่อสูญเสียจะทุกข์ที่สุด ถ้ารักตนเอง เมื่อทราบว่าตนป่วยเป็นมะเร็ง เป็นเอดส์ หรือโรคที่รักษาไม่หายก็จะทุกข์ที่สุด
แต่ถ้าเราไม่มีสิ่งนั้นเลย ก็ไม่มีอะไรจะทุกข์กับสิ่งนั้น ไม่มีลูกก็ไม่ทุกข์กับลูก ไม่มีแฟนก็ไม่มีทุกข์จากแฟน ไม่มีทรัพย์สิน ก็ไม่ทุกข์กับทรัพย์สิน หรือถ้าเรามีแต่ทำใจไว้เสมือนไม่มี หรือทำใจไว้ว่าของที่มีมันไม่เที่ยงย่อมแปรปรวนไป ก็จะทุกข์น้อยลง ยิ่งยึดมั่นได้น้อยลงเท่าไรก็ทุกข์น้อยลงเท่านั้นเป็นสัดส่วนไป เมื่อไม่ยึดมั่นก็ไม่ทุกข์เลย หมายความว่าไม่มีอะไรทำให้ทุกข์ใจได้อีกเลย แต่ความเจ็บปวดยังมีตราบเท่าที่มีสังขารร่างกายอยู่ เพียงแต่ความทุกข์กายอันนั้น จะไม่สามารถมากินใจให้ทุกข์ใจได้เลย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้น มักเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนคิดจะทำความดี เพราะธรรมชาติของเราจะหลงลืมและเพลินในสุข ซึ่งความสุขส่วนมากที่เราชอบ มักจะตั้งอยู่บนความไม่เที่ยงทั้งสิ้น พระพุทธองค์เห็นข้อนี้จึงสละทุกสิ่งออกบวชแสวงหาธรรมะ แต่อย่างเราๆ มักจะไม่คิดเรื่องนี้จนกว่าจะทุกข์ เสียก่อน เราจึงพบว่าคนจำนวนมาก ได้ประพฤติธรรมะ ได้ทำสิ่งดีๆ แก่ตนและผู้อื่นเพราะประสพกับความทุกข์มาแล้ว ดังนั้นเมื่อมีทุกข์นั่นคือเราได้อยู่ใกล้ธรรมะแล้ว ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ก็มักจะมีสิ่งดีโอกาสดี และเราเองก็จะดำรงอยู่ในความดีมากขึ้น ความทุกข์และความสุขเป็นของคู่โลกเช่นนี้มาตลอด
เมื่อเราทุกข์หรือพบคนที่ทุกข์ อย่าลืมเปลี่ยนอารมณ์ ตั้งสติหาทางแก้ไข ใช้ความดีเอาชนะสิ่งไม่ดี ทุกข์ย่อมไม่เที่ยง ย่อมผ่านไป เป็นธรรมดา และเราก็มีโอกาสที่จะได้รับสิ่งที่ดี ได้ปรับปรุงตนเป็นคนดีเสมอ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน

***รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ยื่นภาษี ปิดงบประจำปี จดตั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วน
    ประสบการณ์15ปี ''งานเร็ว ได้ไว ถูกต้อง ยินดีให้บริการทั่วประเทศ''
***รับสร้างและออกแบบ เขียนแบบ 2D,3D ชิ้นส่วนเครื่องจักร อุปกรณ์ project แม่พิมพ์ และงานออกแบบตามความต้องการของลูกค้า
สนใจ ทักเลย line id = Gornsan
โทร 083-0240892 กร
ดูผลงานได้ที่นี่ http://on.fb.me/1P9cI95

ของวิเศษป้องกันความโชคร้ายของโดราเอมอน

ของวิเศษป้องกันความโชคร้ายของโดราเอมอน

วันนี้ก็เป็นเหมือนกันทุกๆวันของโนบีตะที่กลับมาจากโรงเรียน แล้วต้องหงุดหงิดอารมณ์เสียในความโชคร้ายของตัวเอง ที่โดนครูด่าเรื่องมาโรงเรียนสาย โดนไจแอนและซูเนโอะแกล้ง อกหักรักคุดจากชิชูกะ และกลับมาถึงบ้านยังโดนคุณแม่ด่าเรื่องทำข้อสอบได้ศูนย์อีก
 "โดเรมอน โดเรมอน นายมีของวิเศษที่ทำให้ฉันโชคดีได้ทุกวันไหม ฉันขอยืมหน่อยสิ...น้า"
โดเรมอนตอบว่า "มีสิ แต่นายต้องไปหาเชือกมาให้ฉัน1เส้นก่อนนะ"
โนบิตะเข้าใจว่า เชือกที่ไปให้หามามันต้องเกี่ยวกับของวิเศษอะไรสักอย่างแน่ๆเลย จึงรีบไปหามาให้โดราเอมอนเพื่อแลกกับของวิเศษที่ต้องการ
หลังจากที่โดราเอมอนได้เชือกมาแล้ว และโดราเอมอนได้พูดกับโนบีตะว่า
 "นายรู้ไหมว่าโชคดีกับโชคร้ายก็เหมือนกับเกลียวเชือกที่พันกัน เดี่ยวก็ดีเดี่ยวก็ร้าย มันเป็นธรรมดาของชีวิตที่คนเราต้องเจอ
และของวิเศษที่ช่วยให้มีแต่ความโชคดีนั้น นายก็มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดแล้ว คือใจของนายไง ที่เลือกมุมมองและวิธีคิดจัดการและทำใจให้ยอมรับกับทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตนายได้ว่า จะเป็นโชดดีหรือโชคร้ายสำหรับนาย ถ้านายทำเช่นนี้ได้ ทุกวันทุกเวลาของนายจะมีแต่ความโชคดี ไม่ต้องพึ่งของวิเศษจากฉันเลย"
 
ของวิเศษมีติดตัวที่เราอยู่แล้วจงใช้ให้คุ้มค่าที่สุดนะครับ
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ "หนังยางล้างใจ" เขียนโดย วิสูตร แสงอรุณเลิศ

***รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ยื่นภาษี ปิดงบประจำปี จดตั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วน
    ประสบการณ์15ปี ''งานเร็ว ได้ไว ถูกต้อง ยินดีให้บริการทั่วประเทศ''
***รับสร้างและออกแบบ เขียนแบบ 2D,3D ชิ้นส่วนเครื่องจักร อุปกรณ์ project แม่พิมพ์ และงานออกแบบตามความต้องการของลูกค้า
สนใจ ทักเลย line id = Gornsan
โทร 083-0240892 กร
ดูผลงานได้ที่นี่ http://on.fb.me/1P9cI95

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

โรคทางจิตเวชยอดฮิตคนเมือง

โรคทางจิตเวชยอดฮิตคนเมือง

ซึมเศร้า สาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าคือปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ตกงาน ปิดกิจการ ล้มละลาย รวมทั้งการถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง เช่น คนชราถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ต้องไปพบแพทย์เมื่อ ผู้ป่วยมีอารมณ์เศร้า ร้องไห้ง่าย จิตใจหดหู่ รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ท้อแท้ สิ้นหวัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลียไม่มีแรง อยากทำร้ายตัวเอง และรู้สึกอยากตาย
วิตกกังวล เกิดได้ทั้งปัจจัยภายใน เช่น ขาดความมั่นคงในจิตใจ จิตใจอ่อนแอ อ่อนไหวง่าย ต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่เสมอ และปัจจัยภายนอกที่พบได้คือ ใกล้สอบแต่ดูหนังสือไม่ทัน คับข้องใจเรื่องธุรกิจที่ไม่ราบรื่น ตกงาน หรือต้องเผชิญหน้ากับประสบการณ์แปลกใหม่ เช่น ย้ายโรงเรียนใหม่ เริ่มทำงานครั้งแรก แต่งงานใหม่ คลอดลูกคนแรก เป็นต้น 
ต้องไปพบแพทย์เมื่อ ผู้ป่วยมีอาการวิตกกังวลอย่างมากต่อเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันเกือบทุกวัน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า เดือน ไม่สามารถควบคุมความวิตกกังวลของตัวเองได้ มีอาการต่อไปนี้ไม่น้อยกว่า ใน อย่างได้แก่ กระสับกระส่าย อ่อนเพลียง่าย สมาธิไม่ดี หงุดหงิดง่าย ปวดกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ ของร่างกาย และนอนไม่หลับ ก่อผลเสียต่อการทำงานและเข้าสังคม
โรคจิตเภท เป็นความผิดปกติทางจิตใจ ผู้ป่วยจะไม่คิดว่าตัวเองป่วย ไม่ยอมรับการรักษา ก่อให้เกิดความผิดปกติทางบุคลิกภาพ มีความคิดอ่านและประสาทรับรู้ไม่อยู่ในความเป็นจริง 
ต้องไปพบแพทย์เมื่อ มีอาการหลงผิดต่างๆ เกิดประสาทหลอนทางหูหรือตา และยังมีพฤติกรรมหรือบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เช่น นิ่งเฉย พูดมาก พูดไม่หยุด วุ่นวาย หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย ผุดลุกผุดนั่ง เดินไปเดินมา การพูดจาบางครั้งได้เรื่องได้ราว บางครั้งก็ไม่มีใครเข้าใจความหมาย ซักถามก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง บางครั้งมีอาการตกใจกลัวว่ามีเสียงคนขู่จะฆ่า
โรคย้ำคิดย้ำทำ มักพบในคนที่มีภาวะเศรษฐกิจและสังคมระดับกลางและสูง มีเชาว์ปัญญาดี มีการศึกษาดี เป็นคนที่ชอบคิดชอบทำงาน และรับผิดชอบงานที่ทำ เกิดจากสาเหตุทางจิตใจ และความผิดปกติของสารเคมีในสมองชื่อซีโรโทนินต่ำกว่าปกติ ทำให้เกิดการย้ำคิดย้ำทำ และมีอารมณ์เศร้าร่วมด้วย 
ต้องไปพบแพทย์เมื่อ มีความวิตกกังวลในความผิด ความไม่ดีของตนเองในอดีต ทนถูกตำหนิไม่ได้ นอกจากนี้ในบางรายยังเป็นลักษณะย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับเรื่องของความสะอาด จะล้างมือ อาบน้ำวันละหลายๆครั้ง ครั้งละนานๆ

วิธีดูแลตัวเองก่อนป่วย


กิจกรรมทางเลือก เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะมีปฏิกิริยาที่เรียกว่า "สู้หรือหนีซึ่งเป็นสัญชาตญาณเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ แต่ปฏิกิริยาโต้ตอบภัยคุกคามอย่างทันควันนี้ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบันที่ไม่ยอมรับวิธีแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังเข้า สู้หรือ "หนีคนยุคนี้จึงต้องทนฝืนรับความเครียด แต่ความเป็นจริงแล้วเราควรปลดปล่อยมันออกไป โดยเร็วที่สุดเมื่อรู้ว่าเครียด เปลี่ยนมาทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น เดินเล่น รำกระบอง ทำสวน อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ เต้นรำ ความเพลิดเพลินที่ได้รับจะช่วยให้ผ่อนคลาย
ก้าวออกไปพูดคุยกับใครสักคน การเกื้อกูลทางสังคมช่วยป้องกันระบบภูมิคุ้มกันได้ จากการศึกษาของนักเรียนแพทย์ในช่วงสอบไล่ พบว่าเซลล์ชนิดหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันของนักเรียนเหล่านี้ไม่ทำงาน แต่ผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี ดังนั้นลองติดต่อกับเพื่อนเก่าหรือญาติสนิทที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปีๆ รื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่าในอดีต หรือแปรงานอดิเรก เช่น อ่านหนังสือ สะสมสแตมป์ ให้เป็นโอกาสที่จะได้คบเพื่อนที่มีความสนใจร่วมกัน
ลดความคาดหวัง ทำใจให้ได้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ความเครียดมักจะถามหาคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกๆสิ่ง แม้ว่าจะทำสิ่งต่างๆได้ดีเกือบ 99เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่เขาจดจ่อและกระวนกระวายใจ จนหาความสุขไม่ได้มักจะเป็นอีก เปอร์เซ็นต์ที่ทำไม่ได้มากกว่า พยายามมองโลกในมุมกลับเสียบ้าง เรียนรู้จากข้อผิดพลาด บางทีเมื่อรู้สึกสบายๆที่จะทำอะไรต่อมิอะไร ความกดดันต่างๆก็จะหายไป และพร้อมเสมอสำหรับความท้าทายใหม่ในชีวิต
ทำงานด้วยหัวใจ กุญแจสู่ความสุขของคนเราคือ มีความรักในงานที่ทำอยู่ทุกวัน หลายคนไม่เคยหยุดถามตัวเองว่าเหตุใดจึงทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ และชอบงานที่กำลังทำหรือเปล่า จึงควรหาคำตอบให้ตัวเองและเลือกทำงานที่ตนชอบและถนัด หากยังไม่สามารถเปลี่ยนงานได้ ก็ควรมองหาข้อดีของงานที่ทำให้เรามีความสุข
กินดีมีประโยชน์ ในยามที่เครียด ร่างกายจะใช้สารอาหารสำคัญๆ บางอย่างหมดไปอย่างรวดเร็ว ควรจัดอาหารเรียกพลังงานในมื้ออาหารประจำเช่น ข้าวกล้อง จมูกข้าวสาลี ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง เผือก มันเทศ เพราะมีวิตามินบีชนิดต่างๆ ที่ช่วยบำรุงระบบประสาท และจัดเป็นอาหารจำพวกแป้งไม่ขัดขาวที่ให้พลังงาน ช่วยให้ใจสงบ
เลี่ยงมลพิษในเมือง ควรอยู่ในอาคารให้มากที่สุดที่จะมากได้ในช่วงที่มีหมอกควันสูงสุดคือช่วงประมาณ 14.00 นาฬิกา หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายภายนอกอาคาร บริเวณใกล้ถนน หากหลีกเลี่ยงควันพิษได้ยาก การกินอาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินอี จะช่วยป้องกันได้บ้าง

ธรรมะ ธรรมดาๆ ที่น่าปฏิบัติ มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ

ธรรมะ ธรรมดาๆ ที่น่าปฏิบัติ มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ
>>
>> 
1.นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)
>> อานิสงส์---เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
>> เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส
>> ปล่อยวางได้ง่าย
>> จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ
>> ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
>> ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
>>
>> เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
>>
>> 
2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
>> อานิสงส์ ---เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
>> ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
>> เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง
>> จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
>> แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา ,พระคาถาชินบัญชร ,
>> พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น
>> เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
>>
>> 
3. ถวายยารักษาโรคให้วัด, ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
>> อานิสงส์---ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว
>> โรคที่ไม่หายจะทุเลา
>> สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
>>
>> 
4.ทำบุญตักบาตรทุกเช้า
>> อานิสงส์--- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ไม่ขาดแคลนอาหาร
>> ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน
>> ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
>>
>> 
5.ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
>> อานิสงส์ ---เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง
>> ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
>> สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น
>> เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
>> ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
>>
>> 
6.สร้างพระถวายวัด
>> อานิสงส์---ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
>> สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
>> แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
>> ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
>>
>> 
7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย9วันขึ้นไป
>> อานิสงส์--- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
>>
>> ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
>> สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป
>> ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
>> จิตเป็นกุศล
>>
>> 
8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
>> อานิสงส์ ---ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
>> ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก
>> เทพยดาปกปักรักษา
>> ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า
>> ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
>>
>> 
9.ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
>> อานิสงส์ ---ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
>> ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป
>> ให้ทำมาค้าขึ้น
>> หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด
>> ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
>> เป็นอิสระ
>>
>> 
10.ให้ทุนการศึกษา, บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ, 
>> อาสาสอนหนังสือ
>> อานิสงส์---ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
>> ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้
>> สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
>>
>> 
11.ให้เงินขอทาน ,ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
>> อานิสงส์--- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
>> เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน
>> ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
>> จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
>>
>> 
12. รักษาศีล5หรือศีล 8
>> อานิสงส์ ---ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
>> ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์
>> ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
>> กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย
>> เทวดานางฟ้าปกปักรักษา
>>
>> 
อานิสงส์10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์
>>
>> 
1.เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
>> 
2.จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
>> 
3.สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
>>
 4.ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
>> 
5.มีอายุมั่นขวัญยืน
>> 
6.ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
>>
 7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
>> 
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
>> 
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
>> 
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ
>>
>>
>> 
อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
>>
>> 1.อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา 
>> จากเบาเป็นสูญ
>>
 2.สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย
>> ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
>> 
3.เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน
>> เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
>> 
4.เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย
>> ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
>>
 5.จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล
>> รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
>> 6.มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน)
>> ครอบครัวสุขสันต์
>> วาสนายั่งยืน
>> 
7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา
>> หนี้สินจะหมดไป
>> 
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ
>> สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
>> 
9.พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
>>
>> 
10.สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก
>> สำเร็จโพธิญาณ
>>
>> 
อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์
>> (
>> บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ,อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
>> 
1.หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
>> 
2.เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
>> 
3.สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
>> 
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
>> 
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
>> 
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
>> 
7.เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
>> 
8.ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
>> 
9.โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
>>
>> 
10.ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ
>>
>> 
ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ
>> 
ให้คนได้บวช
>>
>>
>> 
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้
>> 
เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด
>> 
หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต
>> 
ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญ
>> 
ดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ
>>
>> 
*** ส่งต่อก็ได้บุญครับ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

คติสอนใจเรื่องหมาขี้เรื้อน

ลูกชายนักธุรกิจ ใหญ่มีชื่อเสียงระดับประเทศคนหนึ่ง เพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมายจากเมืองนอก
ยังไม่ทันทำงานอะไรเป็น ชิ้นเป็นอันก็ถูกผู้เป็นแม่ขอร้อง ให้บวชเรียนเสียก่อน** **


เพื่อเห็นแก่แม่..บัณฑิต ใหม่หมาดๆจากเมืองนอกจึงบวชอย่างเสียไม่ได้** **

 เมื่อบวชที่วัด ใหญ่ในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่งเสร็จแล้ว** **
 ผู้เป็นแม่จึงพา ไปฝากให้จำพรรษาอยู่กับพระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่ง ที่วัดป่า แถวภาคอีสาน** **

 พระหนุ่มการศึกษา สูงมาจาก ตระกูลผู้ดีมีแต่ความสุขสบาย** **
 เมื่อมาอยู่วัด ป่ากว่าจะ ปรับตัวได้จึงใช้เวลานานเป็นแรมเดือน

 แต่ก็นั่นแหละ กว่าจะนิ่ง ก็ทำเอาพระร่วมวัดหลายรูป พลอยอิดหนาระอาใจไปตามๆ กัน** **

 ปัญหาที่ทำให้พระ ทั้งวัด เหนื่อยหน่ายจนนึกระอาก็เพราะพระใหม่มีนิสัยชอบจับผิด** **

 และชอบอวดรู้ยกหู ชูหางตัวเองอยู่เป็นประจำ** **
 วันแรกที่มาอยู่ วัดป่าก็ นึกเหยียดพระเจ้าถิ่นทั้งหลายว่าไม่ได้รับการศึกษาสูงเหมือนอย่างตน

 ออกบิณฑบาตได้ อาหารท้อง ถิ่นมาก็ทำท่าว่าจะฉันไม่ลง ** **


 เห็นที่วัดใช้ ตะเกียงน้ำ มันก๊าดแทนไฟฟ้าก็วิพากษ์วิจารณ์เสียเป็นการใหญ่ หาว่าล้าสมัย** **
 ไม่รู้จักใช้เท คโนโลยี่ ตอนหัวค่ำมีการทำวัตรสวดมนต์เย็นก็บ่นว่า** **
 ท่านรองเจ้าอาวาส ทำวัตร นานเหลือเกินกว่าจะสิ้นสุดยุติได้ก็นั่ง จนขาเป็นเหน็บชา
 ครั้นพอถึงเวรตัว เองล้าง ห้องน้ำเข้าบ้างก็ทำท่าจะล้างอย่างขอไปที ล้างไปบ่นไป** **
 ประเภทตูจบ ปริญญาโทมาจากเมืองนอกต้องมาเข้าเวรล้างห้องน้ำร่วมกับใครก็ไม่รู้** **

 โอ้ชีวิต! ความสำรวยหยิบโหย่งทำให้พระใหม่ไม่พอใจสิ่งนั้นสิ่งนี้ถือดี !** **
 ว่าตัวเองมีชาติ ตระกูลสูง มีการศึกษาสูงกว่าใครในวัดนั้น** **
 ผิวพรรณก็ดูสะอาด สะอ้าน ชวนเจริญศรัทธากว่าพระรูปไหนทั้งหมด** **
 มองตัวเองเปรียบ กับพระรูป อื่นแล้วช่างรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่า ทุกประตู** **
 นึกแล้วก็ยิ้ม กระหยิ่ม อยู่ในใจ
 กลับเข้ากุฏิ เมื่อไหร่ก็เอา ปากกามาขีดเครื่องหมายกากบาทบนปฏิทิน
 นับถอยหลังรอวัน สึกด้วยใจจดจ่อ** **

 อยู่มาได้พักใหญ่ พระใหม่ อดีตนักเรียนนอกก็สังเกตเห็นว่าท่านเจ้า
 อาวาสวัดป่าแห่ง นี้ไม่ ค่อยพูดไม่ค่อยจา ซ้ำนานๆครั้งจะออกมาให้
 โอวาทกับลูกศิษย์ เสียทีหนึ่ง** **
 วันๆไม่เห็นท่าน ทำอะไรเอา แต่กวาดใบไม้เก็บขยะ** **
 ซักผ้าเอง** (**เณรน้อยก็มีไม่รู้จักใช้) สอนก็ไม่สอน** **
 การบริหารวัดก็ มอบให้ท่านรองเจ้าอาวาสเป็นคนจัดการไปเสียทุกอย่าง** **
 เห็นแล้วเลยนึก ร้อนวิชา เสนอให้ปรับโน่นลดนี่ สารพัดที่ตัวเองเห็นว่าไม่เข้าท่าล้าสมัย** **
 รวมทั้งให้เสนอ ให้วัดใช้ ไฟฟ้าแทนตะเกียงด้วยอีกข้อหนึ่ง
 เพราะตนเห็นว่า ยุคสมัยก้าวไกล มามากแล้ว ไม่ควรจะทำตนเป็นคนหลังเขา ให้คนอื่นเขาดูถูก**

 อีกหนึ่งในข้อ วิจารณ์จุด ด้อยของวัดทั้งหลายเหล่านั้น** **
 พระใหม่เสนอให้ หลวงพ่อเจ้าอาวาสมีปฏิสัมพันธ์กับพระลูกวัดให้มากขึ้นกว่านี้** **
 สอนให้มากขึ้น เทศน์ให้มากขึ้น**
 และแนะนำว่าคน ระดับผู้บริหาร ไม่ควรจะทำงานอย่างการซักจีวรเองเป็นต้น ด้วยตัวเอง** **
 ควรจะกระจายอำนาจ มอบ งานให้คนอื่นทำดีกว่า

 เย็นวันนั้นเป็น วันพระสิบ ห้าค่ำ** **
 หลวงพ่อเจ้าอาวาส มานั่งทำ วัตรที่โบสถ์ธรรมชาติกลางลานทรายด้วย** **
 ท่านไม่ลืมที่จะ หยิบข้อเสนอแนะจากพระใหม่มาอ่านให้พระหนุ่ม สามเณรน้อย** **
 ทั้งหลายฟังแต่ ท่านไม่บอก ว่าพระรูปไหนเป็นคนเขียน** **
 อ่านจบแล้วหลวง พ่อก็ยิ้มอย่างมีเมตตาพลางหยิบไมโครโฟนขึ้นมา** **
 แล้วชี้ให้ภิกษุ หนุ่มสาม เณรน้อยทั้งหลายดูหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง** **
 ที่นอนอยู่ใต้ม้า หินอ่อนตัวหนึ่ง จากใต้ต้นอโศกที่อยู่ใกล้ๆ **



 เธอ ทั้งหลายเห็นหมาขี้เรือนตัวนั้นหรือไม่
 เจ้าหมาตัวนั้น น่ะมันเป็น ขี้เรื้อน* * **
 คันไป ทั้งตัว ฉันเห็นมันวิ่งวุ่นไปมาทั้งวัน** **
 เดี๋ยว ก็วิ่งไปนอนตรงนั้นเดี๋ยวก็ย้ายมานอนตรงนี้** **
 อยู่ที่ไหนก็อยู่ ไม่ได้นานเพราะมันคัน แต่พวกเธอรู้ไหม** **
 เจ้าหมาตัวนั้น น่ะมันไปนอนที่ไหนมันก็นึกด่าสถานที่นั้นอยู่ในใจ** **
 สถานที่เหล่า นั้นช่างสกปรกสิ้นดี **

 คิดอย่างนี้แล้ว มันจึงวิ่งหาที่ที่ตัวเองนอนแล้วจะไม่คัน** **
 แต่หาเท่าไหร่มัน ก็หาไม่พบสักที** **
 เลยต้องวิ่งไปทาง นี้ทางโน้นอยู่ทั้งวัน
 เจ้าหมาโง่ตัว นั้นมันหารู้สักนิดไม่ว่า** **
 เจ้าสาเหตุแห่ง อาการคันนั้นหาใช่เกิดจากสถานที่เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่** **
 แต่สาเหตุแห่ง อาการคันอยู่ที่โรคของตัวมันเองนั่นต่างหาก** **
 พูดจบแล้วหลวงพ่อ ก็วาง ไมโครโฟนลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่า** **
 ได้เวลาภาวนาหลัง การทำวัตรสวดมนต์ เย็นแล้ว

 ขณะที่ทุกรูปนั่ง หลับตา ภาวนาอย่างสงบนั้น** **
 ในใจของพระใหม่ กลับร้อน เร่าผิดปกติ นอกสงบ แต่ในวุ่นวาย** **
 นึกอย่างไรก็มอง เห็นตัวเองไม่ต่างไปจากหมาขี้เรื้อนที่หลวงพ่อชี้ให้ดู** **
 ยิ่งนั่งสมาธิ นานๆ ยิ่งคันคะเยอในหัวใจ ทั้งอายทั้งสมเพชตัวเอง**

 นับแต่วันนั้น เป็นต้นมา พระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน** **
 จากคนพูดมากกลาย เป็นคนพูดน้อย จากคนที่หยิ่งยโสกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน** **
 จากคนที่ชอบจับ ผิดคนอื่นกลายเป็นคนที่หันมาจับผิดตัวเอง
 เมื่อออกพรรษา แล้วโยมแม่มาขอให้ลาสิกขาเพื่อกลับไปสืบต่อธุรกิจ
 จากครอบครัวท่าน ก็ยังไม่ยอมสึก **

 " **อาตมา เป็นหมาขี้เรื้อน** **
 ขออยู่รักษาโรคจน กว่าจะ หายคันกับครูบาอาจารย์ที่นี่อีกสักหนึ่ง พรรษา"** **
 โยมแม่ได้ฟังแล้ว ก็ได้แต่ ยกมืออนุโมทนาสาธุการกราบลาพระลูกชาย** **
 แล้วก็เดินออก จากวัดไปขึ้นรถ พลางนึกถามตัวเองอยู่ในใจว่าคำว่า** **
 หมาขี้เรื้อนของ พระลูกชายหมายความว่าอย่างไรกันแน่หนอ **

 ถ้า เรายังเป็นโรคอยู่ในใจ ไม่พอใจอะไรซักอย่าง เงินเดือนน้อย
 หน้าที่การงานไม่พัฒนา ตำแหน่งไม่ไปไหน** **
 ไม่ ว่าเราย้ายงานไปที่ไหน เราก็ไม่พอใจ สถานที่เหล่านั้นไม่ดี
 คนไม่ได้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยได้ดูตัวเองเลยว่า** **
 เรา พัฒนาการทำงานของเรามั้ย ขวนขวายหาความรู้หรือเปล่า
 ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับ หมาขี้เรื้อนตัวนั้นเลย **

 ************ ********* ********* ********* ********* ********* ** **
 ขอบุญจากธรรมทาน นี้จงถึง แก่นายเวรและผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือ
 ข้าพเจ้าและครอบ ครัว** **
 ที่มาถึงตัวทุกภพ ภูมิ** **
 ขอบุญนี้จงเป็น ปัจจัยให้ ข้าพเจ้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบัน** **
 หากไม่ถึงเพียงใด ให้ขอให้ คำว่าไม่มี ไม่รู้ในสิ่งที่ดี** **
 จงอย่าได้ปรากฏ แก่ ข้าพเจ้า** **
 ขอให้เกิด! ในภพภูมิ เขต ประเทศที่มีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง** **
 และได้ศึกษาพระ ธรรมได้ อย่างเข้าใจถ่องแท้ ลึกซึ้ง
 ตลอดจนกว่าจะเข้า พระ นิพพานด้วยเทอญ.** **