วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

ธรรมะ ธรรมดาๆ ที่น่าปฏิบัติ มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ

ธรรมะ ธรรมดาๆ ที่น่าปฏิบัติ มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ
>>
>> 
1.นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)
>> อานิสงส์---เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า
>> เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส
>> ปล่อยวางได้ง่าย
>> จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ
>> ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน
>> ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
>>
>> เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
>>
>> 
2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
>> อานิสงส์ ---เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
>> ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า
>> เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง
>> จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
>> แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา ,พระคาถาชินบัญชร ,
>> พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น
>> เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
>>
>> 
3. ถวายยารักษาโรคให้วัด, ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
>> อานิสงส์---ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว
>> โรคที่ไม่หายจะทุเลา
>> สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
>>
>> 
4.ทำบุญตักบาตรทุกเช้า
>> อานิสงส์--- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ไม่ขาดแคลนอาหาร
>> ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน
>> ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
>>
>> 
5.ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
>> อานิสงส์ ---เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง
>> ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ
>> สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น
>> เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
>> ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
>>
>> 
6.สร้างพระถวายวัด
>> อานิสงส์---ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
>> สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
>> แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข
>> ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
>>
>> 
7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย9วันขึ้นไป
>> อานิสงส์--- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
>>
>> ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร
>> สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป
>> ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา
>> จิตเป็นกุศล
>>
>> 
8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
>> อานิสงส์ ---ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ
>> ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก
>> เทพยดาปกปักรักษา
>> ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า
>> ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
>>
>> 
9.ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
>> อานิสงส์ ---ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต
>> ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป
>> ให้ทำมาค้าขึ้น
>> หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด
>> ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส
>> เป็นอิสระ
>>
>> 
10.ให้ทุนการศึกษา, บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ, 
>> อาสาสอนหนังสือ
>> อานิสงส์---ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
>> ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้
>> สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
>>
>> 
11.ให้เงินขอทาน ,ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
>> อานิสงส์--- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า
>> ไม่ตกทุกข์ได้ยาก
>> เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน
>> ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง
>> จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
>>
>> 
12. รักษาศีล5หรือศีล 8
>> อานิสงส์ ---ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก
>> ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์
>> ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
>> กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย
>> เทวดานางฟ้าปกปักรักษา
>>
>> 
อานิสงส์10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์
>>
>> 
1.เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
>> 
2.จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
>> 
3.สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
>>
 4.ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
>> 
5.มีอายุมั่นขวัญยืน
>> 
6.ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
>>
 7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
>> 
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
>> 
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
>> 
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ
>>
>>
>> 
อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
>>
>> 1.อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา 
>> จากเบาเป็นสูญ
>>
 2.สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย
>> ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
>> 
3.เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน
>> เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
>> 
4.เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย
>> ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
>>
 5.จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล
>> รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
>> 6.มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน)
>> ครอบครัวสุขสันต์
>> วาสนายั่งยืน
>> 
7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา
>> หนี้สินจะหมดไป
>> 
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ
>> สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
>> 
9.พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
>>
>> 
10.สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก
>> สำเร็จโพธิญาณ
>>
>> 
อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์
>> (
>> บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ,อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
>> 
1.หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
>> 
2.เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
>> 
3.สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
>> 
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
>> 
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
>> 
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
>> 
7.เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
>> 
8.ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
>> 
9.โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
>>
>> 
10.ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ
>>
>> 
ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ
>> 
ให้คนได้บวช
>>
>>
>> 
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้
>> 
เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด
>> 
หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต
>> 
ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญ
>> 
ดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ
>>
>> 
*** ส่งต่อก็ได้บุญครับ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

คติสอนใจเรื่องหมาขี้เรื้อน

ลูกชายนักธุรกิจ ใหญ่มีชื่อเสียงระดับประเทศคนหนึ่ง เพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมายจากเมืองนอก
ยังไม่ทันทำงานอะไรเป็น ชิ้นเป็นอันก็ถูกผู้เป็นแม่ขอร้อง ให้บวชเรียนเสียก่อน** **


เพื่อเห็นแก่แม่..บัณฑิต ใหม่หมาดๆจากเมืองนอกจึงบวชอย่างเสียไม่ได้** **

 เมื่อบวชที่วัด ใหญ่ในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่งเสร็จแล้ว** **
 ผู้เป็นแม่จึงพา ไปฝากให้จำพรรษาอยู่กับพระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่ง ที่วัดป่า แถวภาคอีสาน** **

 พระหนุ่มการศึกษา สูงมาจาก ตระกูลผู้ดีมีแต่ความสุขสบาย** **
 เมื่อมาอยู่วัด ป่ากว่าจะ ปรับตัวได้จึงใช้เวลานานเป็นแรมเดือน

 แต่ก็นั่นแหละ กว่าจะนิ่ง ก็ทำเอาพระร่วมวัดหลายรูป พลอยอิดหนาระอาใจไปตามๆ กัน** **

 ปัญหาที่ทำให้พระ ทั้งวัด เหนื่อยหน่ายจนนึกระอาก็เพราะพระใหม่มีนิสัยชอบจับผิด** **

 และชอบอวดรู้ยกหู ชูหางตัวเองอยู่เป็นประจำ** **
 วันแรกที่มาอยู่ วัดป่าก็ นึกเหยียดพระเจ้าถิ่นทั้งหลายว่าไม่ได้รับการศึกษาสูงเหมือนอย่างตน

 ออกบิณฑบาตได้ อาหารท้อง ถิ่นมาก็ทำท่าว่าจะฉันไม่ลง ** **


 เห็นที่วัดใช้ ตะเกียงน้ำ มันก๊าดแทนไฟฟ้าก็วิพากษ์วิจารณ์เสียเป็นการใหญ่ หาว่าล้าสมัย** **
 ไม่รู้จักใช้เท คโนโลยี่ ตอนหัวค่ำมีการทำวัตรสวดมนต์เย็นก็บ่นว่า** **
 ท่านรองเจ้าอาวาส ทำวัตร นานเหลือเกินกว่าจะสิ้นสุดยุติได้ก็นั่ง จนขาเป็นเหน็บชา
 ครั้นพอถึงเวรตัว เองล้าง ห้องน้ำเข้าบ้างก็ทำท่าจะล้างอย่างขอไปที ล้างไปบ่นไป** **
 ประเภทตูจบ ปริญญาโทมาจากเมืองนอกต้องมาเข้าเวรล้างห้องน้ำร่วมกับใครก็ไม่รู้** **

 โอ้ชีวิต! ความสำรวยหยิบโหย่งทำให้พระใหม่ไม่พอใจสิ่งนั้นสิ่งนี้ถือดี !** **
 ว่าตัวเองมีชาติ ตระกูลสูง มีการศึกษาสูงกว่าใครในวัดนั้น** **
 ผิวพรรณก็ดูสะอาด สะอ้าน ชวนเจริญศรัทธากว่าพระรูปไหนทั้งหมด** **
 มองตัวเองเปรียบ กับพระรูป อื่นแล้วช่างรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่า ทุกประตู** **
 นึกแล้วก็ยิ้ม กระหยิ่ม อยู่ในใจ
 กลับเข้ากุฏิ เมื่อไหร่ก็เอา ปากกามาขีดเครื่องหมายกากบาทบนปฏิทิน
 นับถอยหลังรอวัน สึกด้วยใจจดจ่อ** **

 อยู่มาได้พักใหญ่ พระใหม่ อดีตนักเรียนนอกก็สังเกตเห็นว่าท่านเจ้า
 อาวาสวัดป่าแห่ง นี้ไม่ ค่อยพูดไม่ค่อยจา ซ้ำนานๆครั้งจะออกมาให้
 โอวาทกับลูกศิษย์ เสียทีหนึ่ง** **
 วันๆไม่เห็นท่าน ทำอะไรเอา แต่กวาดใบไม้เก็บขยะ** **
 ซักผ้าเอง** (**เณรน้อยก็มีไม่รู้จักใช้) สอนก็ไม่สอน** **
 การบริหารวัดก็ มอบให้ท่านรองเจ้าอาวาสเป็นคนจัดการไปเสียทุกอย่าง** **
 เห็นแล้วเลยนึก ร้อนวิชา เสนอให้ปรับโน่นลดนี่ สารพัดที่ตัวเองเห็นว่าไม่เข้าท่าล้าสมัย** **
 รวมทั้งให้เสนอ ให้วัดใช้ ไฟฟ้าแทนตะเกียงด้วยอีกข้อหนึ่ง
 เพราะตนเห็นว่า ยุคสมัยก้าวไกล มามากแล้ว ไม่ควรจะทำตนเป็นคนหลังเขา ให้คนอื่นเขาดูถูก**

 อีกหนึ่งในข้อ วิจารณ์จุด ด้อยของวัดทั้งหลายเหล่านั้น** **
 พระใหม่เสนอให้ หลวงพ่อเจ้าอาวาสมีปฏิสัมพันธ์กับพระลูกวัดให้มากขึ้นกว่านี้** **
 สอนให้มากขึ้น เทศน์ให้มากขึ้น**
 และแนะนำว่าคน ระดับผู้บริหาร ไม่ควรจะทำงานอย่างการซักจีวรเองเป็นต้น ด้วยตัวเอง** **
 ควรจะกระจายอำนาจ มอบ งานให้คนอื่นทำดีกว่า

 เย็นวันนั้นเป็น วันพระสิบ ห้าค่ำ** **
 หลวงพ่อเจ้าอาวาส มานั่งทำ วัตรที่โบสถ์ธรรมชาติกลางลานทรายด้วย** **
 ท่านไม่ลืมที่จะ หยิบข้อเสนอแนะจากพระใหม่มาอ่านให้พระหนุ่ม สามเณรน้อย** **
 ทั้งหลายฟังแต่ ท่านไม่บอก ว่าพระรูปไหนเป็นคนเขียน** **
 อ่านจบแล้วหลวง พ่อก็ยิ้มอย่างมีเมตตาพลางหยิบไมโครโฟนขึ้นมา** **
 แล้วชี้ให้ภิกษุ หนุ่มสาม เณรน้อยทั้งหลายดูหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง** **
 ที่นอนอยู่ใต้ม้า หินอ่อนตัวหนึ่ง จากใต้ต้นอโศกที่อยู่ใกล้ๆ **



 เธอ ทั้งหลายเห็นหมาขี้เรือนตัวนั้นหรือไม่
 เจ้าหมาตัวนั้น น่ะมันเป็น ขี้เรื้อน* * **
 คันไป ทั้งตัว ฉันเห็นมันวิ่งวุ่นไปมาทั้งวัน** **
 เดี๋ยว ก็วิ่งไปนอนตรงนั้นเดี๋ยวก็ย้ายมานอนตรงนี้** **
 อยู่ที่ไหนก็อยู่ ไม่ได้นานเพราะมันคัน แต่พวกเธอรู้ไหม** **
 เจ้าหมาตัวนั้น น่ะมันไปนอนที่ไหนมันก็นึกด่าสถานที่นั้นอยู่ในใจ** **
 สถานที่เหล่า นั้นช่างสกปรกสิ้นดี **

 คิดอย่างนี้แล้ว มันจึงวิ่งหาที่ที่ตัวเองนอนแล้วจะไม่คัน** **
 แต่หาเท่าไหร่มัน ก็หาไม่พบสักที** **
 เลยต้องวิ่งไปทาง นี้ทางโน้นอยู่ทั้งวัน
 เจ้าหมาโง่ตัว นั้นมันหารู้สักนิดไม่ว่า** **
 เจ้าสาเหตุแห่ง อาการคันนั้นหาใช่เกิดจากสถานที่เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่** **
 แต่สาเหตุแห่ง อาการคันอยู่ที่โรคของตัวมันเองนั่นต่างหาก** **
 พูดจบแล้วหลวงพ่อ ก็วาง ไมโครโฟนลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่า** **
 ได้เวลาภาวนาหลัง การทำวัตรสวดมนต์ เย็นแล้ว

 ขณะที่ทุกรูปนั่ง หลับตา ภาวนาอย่างสงบนั้น** **
 ในใจของพระใหม่ กลับร้อน เร่าผิดปกติ นอกสงบ แต่ในวุ่นวาย** **
 นึกอย่างไรก็มอง เห็นตัวเองไม่ต่างไปจากหมาขี้เรื้อนที่หลวงพ่อชี้ให้ดู** **
 ยิ่งนั่งสมาธิ นานๆ ยิ่งคันคะเยอในหัวใจ ทั้งอายทั้งสมเพชตัวเอง**

 นับแต่วันนั้น เป็นต้นมา พระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน** **
 จากคนพูดมากกลาย เป็นคนพูดน้อย จากคนที่หยิ่งยโสกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน** **
 จากคนที่ชอบจับ ผิดคนอื่นกลายเป็นคนที่หันมาจับผิดตัวเอง
 เมื่อออกพรรษา แล้วโยมแม่มาขอให้ลาสิกขาเพื่อกลับไปสืบต่อธุรกิจ
 จากครอบครัวท่าน ก็ยังไม่ยอมสึก **

 " **อาตมา เป็นหมาขี้เรื้อน** **
 ขออยู่รักษาโรคจน กว่าจะ หายคันกับครูบาอาจารย์ที่นี่อีกสักหนึ่ง พรรษา"** **
 โยมแม่ได้ฟังแล้ว ก็ได้แต่ ยกมืออนุโมทนาสาธุการกราบลาพระลูกชาย** **
 แล้วก็เดินออก จากวัดไปขึ้นรถ พลางนึกถามตัวเองอยู่ในใจว่าคำว่า** **
 หมาขี้เรื้อนของ พระลูกชายหมายความว่าอย่างไรกันแน่หนอ **

 ถ้า เรายังเป็นโรคอยู่ในใจ ไม่พอใจอะไรซักอย่าง เงินเดือนน้อย
 หน้าที่การงานไม่พัฒนา ตำแหน่งไม่ไปไหน** **
 ไม่ ว่าเราย้ายงานไปที่ไหน เราก็ไม่พอใจ สถานที่เหล่านั้นไม่ดี
 คนไม่ได้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยได้ดูตัวเองเลยว่า** **
 เรา พัฒนาการทำงานของเรามั้ย ขวนขวายหาความรู้หรือเปล่า
 ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับ หมาขี้เรื้อนตัวนั้นเลย **

 ************ ********* ********* ********* ********* ********* ** **
 ขอบุญจากธรรมทาน นี้จงถึง แก่นายเวรและผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือ
 ข้าพเจ้าและครอบ ครัว** **
 ที่มาถึงตัวทุกภพ ภูมิ** **
 ขอบุญนี้จงเป็น ปัจจัยให้ ข้าพเจ้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบัน** **
 หากไม่ถึงเพียงใด ให้ขอให้ คำว่าไม่มี ไม่รู้ในสิ่งที่ดี** **
 จงอย่าได้ปรากฏ แก่ ข้าพเจ้า** **
 ขอให้เกิด! ในภพภูมิ เขต ประเทศที่มีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง** **
 และได้ศึกษาพระ ธรรมได้ อย่างเข้าใจถ่องแท้ ลึกซึ้ง
 ตลอดจนกว่าจะเข้า พระ นิพพานด้วยเทอญ.** **